Thoto's profileThoto's spacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
July 25 กรุงปรากและมหาวิหารเซ็นท์วิตุสกรุงปรากและมหาวิหารเซ็นท์วิตุส
เมื่อวันหยุด สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเยือนเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่น่าเที่ยวที่สุดเมืองนึง
เป็นครั้งแรกที่เป็นการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศคนเดียว ครั้งแรกกับรถไฟแบบยาวๆในยุโรป
กรุงปรากโดยรวมก็สวยดี สิ่งที่ทำให้เมืองนี้ดูสวยงามแปลกตาก็คงเป็นที่ต่ำแหน่งที่ตั้ง
ที่อยู่บนริมฝั่งแม่น้ำลัตตาวา และปราสาทปราก และมหาวิหารเซ็นท์วิตุส บนเนินเขา
ฝั่งตัวเมืองอยู่บนที่ราบของฝั่งแม่น้ำ ตัวปราสาทอยู่บนเขาอีกฝั่งหนึ่งทำให้มุมมองดูโดดเด่นมากๆ
เป็นเมืองที่ดูแตกต่างจากเบอร์ลิน แต่ดูเหมือนมากกว่ากับอัมสเตอร์ดัม
นักท่องเที่ยวมากมาย อาคารบ้านเรือนแบบยุโรปสไตล์เก่าๆแต่งดงาม
ปราสาทปราก จัตุรัสกรุงเก่า นาฬิกาดาราศาสตร์ สะพานชาร์ล แหล่งชอบที่ Wenceslas คงเป็นที่หลักๆของการท่องเที่ยว
แต่เมืองนี้มีสิ่งที่แตกต่างจากเมืองที่ชัดมากอย่างหนึ่งคือมี Concert หรือ การแสดงเยอะมาก ทุกหัวมุมถนนในแหล่งท่องเที่ยวจะมีคนขายตั๋วตลอด
ที่นี่เคยเป็นที่โมสาร์ทแต่งเพลงให้ดอน โจวันนี ด้วย
เวลาเกือบทั้งหมดของทริปนี้ใช้อยู่ที่วิหารเซ็นต์วิตุส ทั้ง 3 วันต้องมาที่มหาวิหารแห่งนี้
เพราะติดใจในภาพบนกระจกสีที่สวยงาม และจริๆแล้ว 3 วันดูเหมือนจะมากไปสำหรับเมืองที่ไม่ใหญ่มากเมืองนี้
เวลา 3 วัน 2 คืน ทุกวันกับอาหารเช้าที่เตรียมไปเป็นขนมปังแซนวิส กับกล้วยอีก 1 ลูก
ยามบ่ายกับร้านอาหารจีนแถว Wenceslas square อาหารเย็นตอน 2 ทุ่มที่ KFC
จบที่ตี 1 ด้วยบาร์คาราโอเกะแบบเชคใกล้ๆที่พัก
คงเป็นเพราะตอนนี้กินอาหารยุโรปมื้อไหน ต้องใช้น้ำช่วยกลืนแล้วเลยไม่ได้นั่งชิมอาหารเชค
KFC ก็เป็นมุมสวยๆที่เห็นอนุสาวรีย์ Wenceslas และก็สาวๆ ขาวๆ สวยๆ อันสุดแสนจะเพลิดเพลินตา
นี่เป็นครั้งแรกที่นั่ง ในผับ บาร์คนเดียวในยุโรป
ทำให้เข้าใจอย่างนึงว่า เวลาฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทยแล้วไปนั่งแก่วแถวนานา มันมีความสุขมากกว่านอนแก่วอยู่ที่ห้องเป็นไหน
การเดินทางครั้งนี้ยังได้พบบ้านเมืองสวยงามระหว่างทาง
เป็นภูมิทัศน์ที่สวยงาม แม่น้ำตรงกลาง ขนาบด้วยทิวเขา 2 ด้าน
ด้านนึงสูงตะหง่านมีรางรถไฟขนาบไปตลอด อีกด้านเป็นพื้นที่ราบเล็กๆริมน้ำ ก่อนที่เริ่มขึ้นเนินไปเรื่อยๆ
มีโอกาสครั้งหน้าคงได้มาเยี่ยมเยือนเมืองนี้
Bad Schandau
July 12 ทบทวนความทรงจำดีๆกับหมู่เกาะสุรินทร์ทบทวนความทรงจำดีๆกับหมู่เกาะสุรินทร์
หมู่เกาะสุรินทร์ครั้งที่ 1 ประมาณ ปี 2545
เดินทางไปกับกลุ่มเพื่อนๆที่สนิทที่สุด ไม่รู้จักหมู่เกาะแห่งนี้มาก่อน
มีความทรงจำที่เลือนลาง แต่สิ่งที่จำได้ชัดเจนก็คือจะต้องกลับมาหมู่เกาะแห่งนี้
หมู่เกาะสุรินทร์ครั้งที่ 2 เมษายน ปี 2549
เดินทางไปกับคนรู้ใจ โดยเป็นทัวร์ทั้งสุรินทร์และสิมิลัน
ความรู้สึกถึงความอิสระ สวยงาม เป็นธรรมชาติ บนพื้นน้ำแห่งนี้
เป็นครั้งที่รู้สึกหลงรักอะไรบางอย่างเข้าให้แล้ว
หมู่เกาะสุรินทร์ครั้งที่ 3 มีนาคม ปี 2550
เดินทางคนเดียวมาพักใจ แต่กับได้พบเพื่อนร่วมทางที่ประทับใจ
เป็นครั้งที่อยู่บนเกาะนานที่สุดกับ 5 วัน 4 คืน
เพิ่มความรักหมู่เกาะแห่งนี้จากทั้งพื้นน้ำ และมิตรภาพบนหาดทราย
หมู่เกาะสุรินทร์ครั้งที่ 4 พฤศจิกายน ปี 2550
เดินทางกับเพื่อนสนิทอีกเมื่อครั้งปวช. เป็นการเดินทางมาหมู่เกาะสุรินทร์ หลังจากเปิดเกาะเพียง 1 อาทิตย์
และเป็นการกลับมาพักที่อ่าวช่องขาดอีกครั้ง
แม้ฟ้าฝนจะไม่เป็นใจ แต่กับทำให้ได้พบจุดดำน้ำที่สวยงามที่สุดบนเกาะแห่งนี้
หมู่เกาะสุรินทร์ครั้งที่ 5 กุมภาพันธ์ ปี 2551
เดินทางไปกับคนรู้ใจอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 3 ในเวลาไม่ถึง 1 ปี
ทุกอย่างงดงาม น้ำ ฟ้า ปลา และหาดทราย รวมทั้งรุ่งอรุณกับปลาน้อยๆที่อ่าวไม้งาม
หมู่เกาะสุรินทร์ครั้งที่ 6 เมษายน ปี 2552
และอีกครั้งกับคนรู้ใจ ครั้งแรกกับฝูงโลมาที่หมู่เกาะสุรินทร์
รวมทั้งเงาแวบของเจ้ากระเบนราหู และฝูงฉลามน้อยที่หาดไม้งาม และมิตรภาพที่แนบแน่นกับซาบิน่า
หมู่เกาะสุรินทร์ครั้งที่ 7
14 กุมภาพันธ์ 2553
ตั๋วเครื่องบินได้ถูกจองรอไว้แล้ว
มีความสุขมากที่ได้รำลึก นึกถึงสถานที่แห่งนี้ หมู่เกาะสุรินทร์ July 10 Real German2 อาทิตย์ผ่านไปแบบรวดเร็ว
ความรู้สึกถึงความเป็นเยอรมันมีมากขึ้น หลังจากที่ Weekend ทั้ง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาได้ออกไปกับคนเยอรมัน
อาทิตย์ก่อนหน้า ได้ไปร่วมฉลองงาน Grey Day ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปที่เบอร์ลิน
ได้เดินไปตามตรอกซอกซอยที่ไม่เคยไปมาก่อน นั่งจิบเบียร์ นั่งร้านอาหาร
ซึ่งไม่เคยทำมาก่อน เวลาไปเที่ยวคนเดียว
อาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ได้ไปนอนค้างคืนที่บ้าน Phil เป็นแบบฟาร์มจริงๆ
ได้ขี่ม้า ยิงปืน เล่นรถบังคับ ทำ BBQ นั่งคุยกันจนถึงตี 2 จบด้วยการนอนหลังรถแวน
ฝากถึงเพื่อนๆที่ไม่เคยไป Party BBQ กับฝรั่ง พยายามเตรียมท้องให้อิ่มไปก่อน เพราะกว่า BBQ จะเริ่มส่วนใหญ่ก๋ปาเข้าไป 2 -3 ทุ่ม
แต่อีกเช่นเคย รถชาด อร่อยถูกปาก ด้วยเนื้อและไส้กรอกย่าง
ภาพถ่ายจากห้องพัก
ตึกที่เห็นก็เป็นส่วนหนึ่งบริษัทที่รักของเรา
July 02 The Olarn Projectเพราะรัก
โอบกอดจูบลูบไล้เธอ แอบอิงเอนกายแนบชิดผูกพัน
อกสั่นหวั่นทรวงสะท้าน เพราะลมจูบนั้น แต่กายเธอกับร้อนดังไฟร้อนแรงโลมเลีย
ดังถูกต้องยอกย้ำภายใน จวบจนธารอารมณ์ไหลหลากมา
ใจหนึ่งอยากจะร้องไห้เสียใจ แต่อีกใจกับอิ่มเอมสุขสันต์เหลือที่จะเอ่ย
*แพ้ แพ้อารมณ์ตัวเอง ใจเคยมั่นคงจางหาย ยอมให้เค้าเธอยอมทั้งใจและกาย ยอมเป็นคนของใครคนนั้น
เธอยอมก็เพราะรักจริง หวังเคียงคู่กัน รักนานแสนนาน
เพราะรักจริงยินยอม ขอเพียงอย่าลวงหลอก รักเธอเพียงพอแล้ว
เป็นความภูมิใจลึกๆในใจ ไม่เคยมีชายใดได้ลิ้มฉ่ำเธอ
เป็นสิ่งหนึ่ง เธอยึดมั่นไว้ในใจตลอดมา เป็นความงามอันถ่องแท้ไร้รอยมลทินใดๆ
คืนเดียวดายนอนร้อนลุ่มคอย เหตุใดใยจึงไม่หวนกลับมา
อยากจะบอกให้เค้ารู้ว่า ดวงใจเธออวดควรเมื่อไรหนอค่ำคืนเหมือนเคยจะย้อนคืนมา
(*)
ถ้าพูดถึงช่วงหนึ่งของการเริ่มฟังเพลงคงจะลืมไม่ได้ถึงวงดนตรีแนว Hard rock วงนี้
The Olarn Project แต่วันนี้ขอมาด้วยเพลง เพลงนี้ เพราะรัก
June 25 German Thai Germanได้กลับเมืองไทยมา 1 อาทิตย์
ไม่เคยรู้สึกว่าเวลามีค่าเท่านี้มาก่อน ได้ทำอะไรหลายๆอย่างๆ
รวมทั้งไปเที่ยวพัทยาในช่วงที่หวัดหมูกำลังระบาด
ได้ไปเดินเล่นที่ตลาดน้ำ 4 ภาค กินอาหารเกาหลี Sukishi พักโรงแรมถึงแม้จะไม่ดีมาก
แต่ก็สามารถมองเห็นวิวท้องทะเลพัทยาได้อย่างชัดเจนสวยงาม
ได้ตีแบด กินข้าวกับเพื่อนๆ กับแม่ Shopping และก็ได้กอดเจ้าหลานตัวแสบ
รู้สึกทุกอย่างลงตัว
ตอนนี้กลับมาถึงเยอรมัน ชีวิตลงตัวมากขึ้น
มีความสุขกับชีวิตที่นี่มากขึ้น ใช้เวลามีคุณค่ามากขึ้น
แต่ยังไงก็หวังว่าเดือนหน้าจะได้กลับเมืองไทย
การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางโดยสายการบิน Air Berlin เป็นครั้งแรก
และก็เป็น Direct Fligth ขากลับมีคนไทยเยอะมาก ทำให้รู้สึกไม่น่าเบื่อจนเกินไป
และก็เหมือนทุกๆครั้งคือนอนไม่หลับ
แต่ครั้งนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะได้ตัดสินใจซื้อนาฬิกา 1 เรือนเพื่อเป็นที่ระลึกของปีแห่งการเดินทาง
May 31 Up and downUp and Down
เมื่อวานได้มีโอกาสไปเที่ยว Potsdam
Potsdam ยังคงเป็นเมืองเล็กๆ น่ารัก ที่มีผู้คนแวะมาเยี่ยมเยียนสม่ำเสมอ ไปดูปราสาท Sanssuoci ที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ก่อนมาว่าไปอีกครั้งให้ได้
ความยิ่งใหญ่อลังการณืยังเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกเปลี่ยนไปบ้าง
แต่ยังไงก็เป็นวันที่แสนดี มีความสุขมากอีกวัน
เหมือนชีวิตผ่านจุดสูงสุดของความโกรธ กดดัน มันก็กลับสู่ภาวะปกติ ทำให้คิดว่าชีวิตมีขึ้น มีลง
มีทุกข์ มีสุข เป็นเรื่องธรรมดา วันนี้สุข พรุ่งนี้ ก็อาจจะทุกข์ วันนี้ทุกข์ พรุ่งนี้ก็อาจจะสุขได้
ไม่มีอะไรยั่งยืนแน่นอน มีสติและก็อย่าประมาทในการใช้ชีวิต อยู่กับปัจจุบัน
เกิดเป็นคนไทยดีเท่าไร แล้วที่มีในหลวง ให้เรายึดมั่น
แค่ทำความดี ทำเพื่อคนอื่น ชีวิตก็มีความสุข มีคนรักมากมาย
ปล. รักเธอเสมอ หมู่เกาะสุรินทร์ การไป Sanssuoci ครั้งนี้ทำให้ได้เรียนรู้ความรักมากขึ้น
May 26 ผ่านไปอีกวันผ่านไปอีกวัน
ไม่เคยต้องไปเมืองนอก แล้วนั่งนับวันกลับบ้านมาก่อน
ไม่รู้ดิ ดูรอบๆก็สนุกดี แต่ทำไมกลับคนที่เราต้องดิวด้วยมันแย่ไปหมด
ไม่เคยเห็นฝรั่งกั๊กมากขนาดนี้ ไม่มีความสุขเลย ต้องเจอกันทุกวัน
กลับคนอื่นๆทั้ง Oliver Lars Thorsten Micha Sebastian Ray Christian
ก็ดีไปหมด รู้สึกอบอุ่น
แต่กลับอีกตัว 2 ตัวที่ดันต้องไปยุ่งกลับมัน ทำให้ทุกอย่างเซ็งไปหมด
หวังว่ามันคงจะผ่านไปเร็วๆ เห็นบอกปีหน้าจะมาเมืองไทย
ภาวนา อย่าให้มาเลย
Party ที่บ้าน Oliver
May 21 Backwardวันนี้ได้ย้อนกลับไปดูภาพของสาวๆคนหนึ่ง
เห็นความสดใส ของสาวแรกรุ่น ดูมีความสุข สนุกกับชีวิต แถมเป็นชีวิตต่างแดนด้วย
เลยนึกหันไปมอง Blog ตัวเอง เป็นน้อยครั้งที่จะย้อนกลับไปดูข้อความ บันทึกเก่าๆที่เคยเขียนไว้
ทำให้ได้ทบทวน ความคิด คิดถึง หลายๆสิ่งๆหลายๆอย่างที่ได้ทำไป
รู้สึกดี กลับสิ่งที่ทำไป สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง สนุกบ้าง เหงาบ้าง
แต่ก็ดีใจที่ได้ทำไป
และก็ดีที่ Blog แห่งนี้ให้เราได้บันทึกเรื่องราวต่างๆ
ชีวิต 2 อาทิตย์ในเยอรมันผ่านไปไม่เร็ว ไม่ช้า
นึกถึงเพื่อนที่พึ่งโดนให้ออกจากงานเนื่องจากเศษฐกิจไม่ดี
ถ้าอยู่เมืองไทยคงได้เมากันแล้ว
"เพื่อนไม่เคย ไม่เคยทิ้งกัน ไม่ว่าความฝันนั้นจะไกลซักเท่าไร
ไม่ว่าจะหกล้มซมซานเท่าใด เพื่อนคอยปลอบใจ"
May 11 การเดินทางUS and Germany
ปีนี้เป็นปีแห่งการเดินทางอีกปีหนึ่ง ยังไม่ถึงครึ่งปีต้องเดินทางไป 3 ประเทศแล้ว
เดือนที่แล้วกับเกาหลี อาทิตย์ที่แล้วที่อเมริกา อาทิตย์นี้ยังอยู่เยอรมันอยู่เลย
และคงต้องอยู่ต่อไปอีก 2 เดือน
ทุกอย่างไม่ตื่นเต้นเหมือนเมื่อ 3 ปีก่อน
ความรู้สึกอยากอยู่แต่เมืองไทยมันเกิดขึ้นในใจลึกๆ
ไม่อยากเดินทาง ไม่อยากจากบ้านไปนาน ไม่รู้ทำไม
แต่ยังไงผู้คนที่นี่ก็ทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวคิดถึงบ้านมากมาย
April 10 ECO Tourismการท่องเที่ยวเพื่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
สำหรับคนที่ไปหมู่เกาะสุรินทร์บ่อยๆ คงต้องรู้จัก Sabina หรือพี่มล บ้าง
ทุกครั้งที่ผมไปหมู่เกาะแห่งนี้ ผมจะไปกับ Sabina เสมอ
ด้วยเสียงสำเนียงใต้ของพี่มล การเดินไปรับช่วยหิ้วกระเป๋าทันทีที่เราลงจากรถทัวร์
ความง่ายๆเป็นกันเองด้วยรอยยิ้มที่ประทับใจ
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดบริษัทแห่งนั้เป็นของชาวพังงาแท้ๆ
การท่องเที่ยวของผมเงินของผม ผมอยากให้ไปสู่ชาวบ้านหรือคนในท้องถิ่นนั้นๆจริง
ผมไม่อยากไปเที่ยวพังงา แต่เงินส่วนใหญ่ไปอยู่ที่คนกรุงเทพ
ผมเป็นคนหนึ่งที่ไปเที่ยวที่ไหนและจะไม่เข้า 7-11 เลย
ผมไม่อยากซื้อ ขนม อาหาร ไปจาก Lotus แต่ไม่ยอมใช้เงินเลยที่คุระบุรี
ผมเชื่อว่า เมื่อเงินเราได้กระจายสู่คนท้องถิ่น คนท้องถิ่นก็จะดูแลสถานท่องเที่ยวที่เรารัก
การพึ่งพึงระหว่างชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวย่อมส่งผลดีต่อทุกๆกลุ่มมากที่สุด
หวังว่าเพื่อนๆคงจะคิดอย่างผมบ้าง ขาดความสบายไปสักนิด ใช้เงินมากอีกสักหน่อย
แต่เพื่อความยั่งยืนของแหล่งท่องเที่ยวที่เรารัก
April 06 หมู่เกาะสุรินทร์ 2009หมู่เกาะสุรินทร์อีกครั้ง และอีกครั้ง
อีกครั้งกับที่ ที่เรารัก และผูกพันธ์
รู้สึกดีเสมอๆ
แต่ก็อดห่วงไม่ได้ ห่วง กลัวว่าเธอจะเปลี่ยนไป
ผู้คนไปเยือนมากขึ้น ธุรกิจ เงิน เงิน เข้ามามากขึ้น
ไม่ว่า 7-11 ที่คุระบุรี เรือคาตามาลานของบาราคูด้า เรือเร็วจากเขาหลักของเม็ดทรายทัวร์
ห่วง ห่วง และห่วง มากขึ้นเรื่อยๆ
March 15 เกาหลีKorea
ในเวลาไม่ถึง 3 เดือนต้องเดินทางมาเกาหลีถึง 3 ครั้ง
และก็เหมือนทุกๆครั้ง คือเดินทางคนเดียว
แต่ก็โชดดี คนที่เราต้องมาทำงานด้วยก็เป็นคนดี ทำให้การทำงานไม่อยากลำบากเกินไป
และก็ยังแนะนำพาไปกินอาหารหลายๆอย่างด้วย
อาหารเกาหลี : รสชาดดีกว่าที่คิดเยอะมาก นึกว่าจะจืดเหมือนอาหารญี่ปุ่น แต่จริงๆแล้วมีหลายรสชาดถูกปากคนไทยอย่างเรา
คนเกาหลี : สาวๆน่ารักทั้งนั้น ขาว สวย หมวย อะไรจะขนาดนั้น ส่วนหนุ่มเกาหลี อิอิสู้หนุ่มไทยไม่ได้หลอก
ที่ท่องเที่ยว: ยังไม่ได้ไปไหนนอกจากโซล จุดเด่นที่สุดก็คือวังต่างๆ แต่ดูไปดูมาก็เหมือนกันหมดทุกวัง
แต่ที่ทำให้ประทับใจก็คงเป็นหารแสดงเปลี่ยนเวรยามของทหาองครักษ์ที่จำลองให้ดู ซึ่งดูมีสีสรรดีมากๆ
ช่วงนี้เป็นหน้าหนาว ต้นไม้ดอกไม้เหี่ยวหมดจึงทำให้ความงดงามตามวังต่างลดลงไปมากเมื่อเทียบกับรูปที่เห็น
อากาศ : หนาว หนาว และก็หนาว หนาวจนรู้สึกหน้าไหม้
การเดินทาง: ก็เหมือนทุกครั้งที่ไปไหนมาไหนคนเดียว ก็คือรถไปใต้ดิน ซึ่งที่นี่มีหลายสายและก็ราคาไม่แพง
January 09 Happy New Year 2009Happy New Year 2009
ผ่านไปแล้วกับปีเก่า 2551 ถึงจะเป็นปีที่ไม่หวือหวา สับสน จิตตก ในหลายๆช่วงของชีวิต
แต่สุดท้ายก็พอได้คำตอบ ทำให้มีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น อาการจิตตกสับสนก็เลยบรรเทาเบาบางลงไปพอสมควร
แต่ยังไงก็หนทางก็ยังอีกยาวไกลกว่าจะถึงจุดๆนั้น
ส่วนเรื่องที่สำคัญรองๆลงมา แม้ยังไม่ได้คำตอบและยังสบสน แต่คงจะมีทิศทางที่ดีขึ้นในปีใหม่นี้
ปีใหม่ปีนี้ เริ่มต้นได้ไม่ดีกับภาวะเศษฐกิจ
เป็นครั้งแรกๆที่กังวล และรู้สึกผลกระทบมันใกล้ตัวเหลือเกิน
คงจะต้องถูกลดเงินเดือนในไม่ช้า
แต่ยังไงก็หวังว่าเศษฐกิจจะดีขึ้นในไม่ช้า
เป้าหมายในปีนี้คงไม่อะไรมีอะไรมาก
เพียงแต่ยังให้มีงานทำ และก้าวใกล้ควาฝันอีก 1 ก้าว
November 21 สิมิลันOctober 29 สิมิลันสิมิลัน
และแล้ว 6 เดือนก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฤดูการท่องเที่ยวอันดามันก็เปิดอีกครั้ง
ครั้งนี้ เป้ามหายเปลี่ยนไป จากหมู่เกาะสุรินทร์ ไปสู่หมู่เกาะสิมิลัน
นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่เราจะไปได้เยือนหมู่เกาะแห่งนี้
หาดทรายขาว น้ำใส พร้อมวิวสวยจากมุมมองหินเรือใบ ยังจดจำได้ชัดแม้ว่าจะผ่านไปแล้ว 3-4 ปี
และหวังว่าครั้งนี้คงจะได้รับการต้อนรับ ด้วยความสวยงามที่มีเสมอๆจากทะเลแห่งนี้
Trip Plan
Nov 14'2008 : Leave BKK drive to Phuket.
Nov15'2008 : PP day trip
Nov 16'2008 : Leave Phuket to Similan
Nov 16-18'2008 : Similan 3 days 2 Night
Nov 19'2008 : Arrive BKK.
All reserved.
October 03 ความฝันอันสูงสุดความฝันอันสูงสุด
ทำนอง : พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลฯ
คำร้อง : ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว
ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา
ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป
นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง หมายผดุงยุติธรรมอันสดใส ถึงทนทุกข์ทรมานนานเท่าใด ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่ เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน ยังคงหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทย เป็นเวลา 3 เดือนแล้วซินะที่ชีวิตดูสับสน
ทั้งเรื่องงาน เรื่องเรียน เรื่องชีวิต
แต่อย่างน้อย 2-3 วันนี้ก็มีความสุขเล็กๆที่ได้อ่านหนังสือที่กล่าวถึงผู้เสียสละคนหนึ่ง
ผู้กองแคน ผู้ซึ่งที่มีครอบครัวที่พร้อมบริบูรณ์ คุณพ่อที่เป็นถึง รองศาสตราจารย์ดอกเตอร์ แม่เป็นอาจารย์สอนทันตแพทย์
ยอมเสียสละเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน และพระมหากษัตริย์
เพื่อดูแลปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนต้องเสียชีวิตในที่สุด
รู้สึกเป็นกำลังใจเล็กๆที่ได้เห็นคนคนหนึ่งที่เสียสละ ยืนบนอุดมการณ์ ได้รับการตอบแทนที่สูงส่ง สูงสุด
พวงหรีดพระราชทานจากทุกพระองค์ และการเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระองค์เองของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชนีนารถ
ในงานศพของ
ร้อย ตำรวจเอก ธรณิศ ศรีสุข
รูปนี้ได้มาจาก www.TalayThai.com เนื่องในงานศพของพ่ออ.ธรณ์ ดำรงค์นาวาสวัสดิ์
August 12 วันเวลาที่ผ่านไปวันเวลาที่ผ่านไป
หลังจากจิตตก จิตขึ้นมาสักพักก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว
แค่แนวคิดง่ายๆ ค่อยๆทำค่อยๆเป็นค่อยๆไป
ไม่ต้องรุนแรง ไม่คาดหวังไปไกลจนเกินไป
ก้าวไปทีละขั้น
ถ้าผิดพลาดก็พยายามใหม่ เริ่มต้นใหม่
ถ้ามันผิดพลาดไปหมด ก็ช่างมัน
มีภาพในใจภาพหนึ่งที่ทำให้ผมไม่กังวนกับอนาคตมากจนเกินไป
มันเป็นภาพในครั้งที่เดินทางไปยังหมู่เกาะที่ผมรักที่สุด หมู่เกาะสุรินทร์
มันคือภาพคนเรือที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย
มันเป็นภาพที่ทำให้ผมหยุดวิ่ง พัก หลับตา ลืมทุกสิ่ง
ดื่มด่ำกับความสุขปัจจุบันที่ผมได้มีชีวิตอยู่ตรงนี้ ที่นี้ และเวลานี้
July 27 WeekendJuly 25 หลังบ้านอยู่ดีๆก็นึกถึงเพลงนี้ ฟังแล้วสบายดี
แต่ไม่เครียดขนาดในเนื้อเพลงนะ
หลังบ้านที่มีหลายๆบ้านใช้ร่วมกัน ออกไปก็เจอเพื่อนบ้านที่สนิทๆกัน
ที่รกๆของคนอื่นที่ไม่รู้จะทำอะไรกับมัน แต่ตอนนี้มันเต็มไปด้วยต้นไม้
ทั้งน้อยหน่า ชมพู่มะเมี่ยว มะปราง ขนุน เชอรรี่
ไม่มีต้นไหนทีเราปลูกเองสักต้น แต่กินมาหมดทุกต้นแล้ว อิอิ
ที่ที่ใช้ในการทำกิจกรรมทั้งพูดคุย กินข้าว ทำนู่นทำนี่
เป็นที่เด็กๆได้เล่นกัน เป็นที่ดูนก ได้ปีนต้นไม้บ้าง
ว่าจะต่อโต๊ะเขียนหนังสือให้เด็กๆให้เสร็จ จะมา 2-3 เดือนได้มั้งมาลุ้นดีกว่าอาทิตย์นี้จะเสร็จไหม
หลังบ้าน(ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์)
เวลาฉันต้องร้องไห้ เรื่องที่ร้ายเกินจะทน ความผิดหวังช่างมืดมน ต้องสับสนตามลำพัง
เหนื่อยใจ จะนั่งลง ที่ตรงหลังบ้านแห่งนี้ ไม่มีใคร เวลาฉันสบายใจ เรื่องที่ร้ายกลายเป็นดี อยากจะยิ้มให้เต็มที่ ที่ตรงนี้แสนสบาย สุขใจจะนั่งลงที่ตรงหลังบ้านแห่งนี้ ที่เดิม ที่ยังมีความคุ้นเคย * ที่แห่งนี้ช่างร่มเย็น ไม่เห็นจะต้องสับสน ไม่ต้องกังวลเรื่องใครๆ ที่แห่งนี้ ช่างอุ่นใจ เหมือนเป็นที่สุดท้าย ที่ฉันจะมีไว้คนเดียว ไม่เกี่ยวกับใคร ไม่ต้องเสริม ไม่ต้องแต่ง ไม่ต้องเสแสร้งใดๆ เป็นตัวของตัวเองได้ มีที่ไหนจะมาแทน สุขใจจะนั่งลงที่ตรงหลังบ้านแห่งนี้ ที่เดิม ที่ยังมีความคุ้นเคย July 20 แค่หยุดเวลาผ่านไปแล้ววันหยุด 4 วัน
จริงๆแล้ว เราหยุดแค่ 3 วันแต่ด้วยสภาพร่างกายและจิตใจที่เกิดอาการจิตตกอย่างแรงเลยขอท่านหัวหน้าที่รักว่าขอหยุดรวด 4 วันเลยก็แล้วกัน
ไม่มีแผนอะไรสำหรับ 4 วันนี้ แค่อยากหยุดคิด หยุดรับรู้ อยู่กับปัจจุบัน
ใช้เวลาดูแลหลานโตๆ(ลูกของลูกพี่ลูกน้องอะ) ที่ท่านพ่อท่านแม่ได้สละทิ้งซึ่งบ่วงไปบวชชีพรามณ์ระหว่างวันหยุดยาว
นั่งดูซีรี่ย์ฝรั่ง ดูเกมโชว์เกาหลี พาหลานๆไปกินข้าวกับย่า(แม่เราเอง) ทำอาหารเช้ากันเอง
ได้ปิดข่าวสารการรับรู้บ้างอยู่ในกลุ่มที่แคบลง ก็ดีนะทำให้เรารู้สึกว่าทุกอย่างมันโล่ง ปลอดโปร่ง สบายใจอีกครั้ง
วันสุดท้ายได้เวลาอยู่บ้านอยู่กับตัวเองอีกครั้ง
ได้อยู่กับเจ้าแสบ(เป็นชื่อลิขสิทธ์ของเราเองที่ใช้กับหลานเล็กๆทุกคน) ที่เพิ่งกลับจากบ้านยายที่โคราช
ใช้เวลากับสวนหลังบ้าน เก็บลูกเชอรรี่ ที่มีลูกเต็มต้น
ทั้งสอย ทั้งขย่ม(อิอิ มันเป็นเคล็ดลับของคนขี้เกียจ) ได้มาตั้ง 5 กิโล
อยากจะทำแยมเชอรี่อะ แต่เก็บไว้ก่อนละกัน(ทำบ่เป็น)
มีเวลาอีกนิดหน่อย คว้าเอากล้องส่องทางไกลมาดูนก คงมีนกสักห้า หก ชนิดได้หลังบ้านเราจากการสังเกตมาเป็นเดือน
เจ้าหน้าดำและหน้าขาว เจ้าท้องเหลือง เจ้าหัวขวาน เจ้าเสียงหวาน เจ้าน้ำตาลหางแพน
ช่างเป็นโชดดีของนกพวกนี้ ที่ได้รับการแต่งตั้งชื่อจากเรา อิอิ
ก็ดีนะผ่านไปเร็วดี สภาพกายและจิต ยังไม่กลับมาเต็มร้อยแต่ก็เป็นเหมือนได้หยุดเวลา
บางคนอยากหยุดเวลาเพื่อเก็บความทรงจำดีๆ แต่สำหรับเราเวลานี้แค่อยากหยุดคิด หยุดรับรู้เท่านั้นเอง
แค่หวังว่าจิตมันจะกลับมาปกติเร็วๆเท่านั้นเอง
ปล.รักบริษัทนี้จริงๆเลยๆ หยุดไป 4 วันทีมงานส่ง Mail แค่ 4 mail เอง
ทุกคนเข้าใจกันอย่างนี้ก็ดีนะ
(อิอิทั้งหมดไม่ใช่เรื่องความรักนะจ๊ะ)
|
|
|